ประโยชน์ของบราซิลนัท และปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน

บราซิลนัท: ถั่วที่อุดมไปด้วยซีลีเนียมและสารอาหารสำคัญ

บราซิลนัท (Brazil Nut) เป็นหนึ่งในถั่วที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสมอง และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ ด้วยรสชาติที่หอมมันและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ บราซิลนัทจึงเป็นถั่วที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับมื้ออาหารประจำวัน

สารอาหารสำคัญในบราซิลนัท

บราซิลนัทเป็นแหล่งของไขมันดี โปรตีน และแร่ธาตุสำคัญ โดยในบราซิลนัทดิบ 28 กรัม (ประมาณ 6-8 เม็ด) ให้พลังงานประมาณ 187 กิโลแคลอรี และมีสารอาหารที่สำคัญ ดังนี้:

  • โปรตีน: 4.1 กรัม
  • ไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน): 19 กรัม
  • ไฟเบอร์: 2.1 กรัม
  • ซีลีเนียม: 544 ไมโครกรัม (มากกว่าค่าที่แนะนำต่อวันหลายเท่า)
  • แมกนีเซียม: 107 มิลลิกรัม (27% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • ฟอสฟอรัส: 206 มิลลิกรัม (21% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • ทองแดง: 0.5 มิลลิกรัม (56% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
  • แมงกานีส: 0.3 มิลลิกรัม (14% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)

ประโยชน์ของบราซิลนัทต่อสุขภาพ

1. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บราซิลนัทมีปริมาณซีลีเนียมสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด

2. ช่วยบำรุงสมองและลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ งานวิจัยพบว่าการบริโภคซีลีเนียมในปริมาณที่เพียงพอสามารถช่วยป้องกันความเสื่อมของสมอง และลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสันได้ นอกจากนี้ บราซิลนัทยังมีไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงเซลล์สมองให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ช่วยบำรุงหัวใจและลดคอเลสเตอรอล บราซิลนัทอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

4. ช่วยปรับสมดุลระดับฮอร์โมนไทรอยด์ ซีลีเนียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ช่วยในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่สมดุล ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับไทรอยด์ เช่น ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ

5. ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม ซีลีเนียมและวิตามินอีในบราซิลนัทช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรงและเงางาม

6. ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด บราซิลนัทมีไฟเบอร์และไขมันดีที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2

7. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน บราซิลนัทมีฟอสฟอรัสและแมกนีเซียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ

ปริมาณบราซิลนัทที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน

เนื่องจากบราซิลนัทมีปริมาณซีลีเนียมสูงมาก การบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 2-3 เม็ด ต่อวันเท่านั้น เพราะการได้รับซีลีเนียมมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น อาการเป็นพิษจากซีลีเนียม (Selenium Toxicity) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ผมร่วง และปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท

วิธีการเพิ่มบราซิลนัทในอาหารประจำวัน

  • รับประทานบราซิลนัทเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ
  • ใส่บราซิลนัทลงในสลัดเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ
  • เติมบราซิลนัทลงในโยเกิร์ตหรือข้าวโอ๊ตเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ
  • ใส่บราซิลนัทลงในสมูทตี้เพื่อเพิ่มรสชาติและสารอาหาร
  • ใช้บราซิลนัทเป็นส่วนผสมในขนมหรือเบเกอรี่ เช่น คุกกี้ หรือบราวนี่

สรุป

บราซิลนัทเป็นถั่วที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะ ซีลีเนียม ไขมันดี ไฟเบอร์ และแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งช่วยบำรุงหัวใจ สมอง ผิวพรรณ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม การบริโภคบราซิลนัทควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น 2-3 เม็ดต่อวัน เพื่อป้องกันการได้รับซีลีเนียมมากเกินไป

หากคุณกำลังมองหาบราซิลนัทคุณภาพสูงสำหรับบริโภค หรือเพื่อใช้ในธุรกิจของคุณ DCG Supply มีบราซิลนัทคุณภาพดี พร้อมจัดส่งให้คุณ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dcgsupply.com