
พิสตาชิโอ: ถั่วเพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยสารอาหาร
พิสตาชิโอ (Pistachio) เป็นหนึ่งในถั่วที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่อร่อย หอมมัน และเคี้ยวเพลิน แต่ยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พิสตาชิโออุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี ไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพหัวใจ การควบคุมน้ำหนัก หรือการบำรุงผิวพรรณ
สารอาหารสำคัญในพิสตาชิโอ
พิสตาชิโอเป็นถั่วที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในพิสตาชิโอแบบไม่ใส่เกลือ 28 กรัม (ประมาณ 49 เม็ด) ให้พลังงานประมาณ 159 กิโลแคลอรี และมีสารอาหารที่สำคัญ ดังนี้:
- โปรตีน: 5.7 กรัม
- ไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน): 12.9 กรัม
- ไฟเบอร์: 3 กรัม
- วิตามินบี6: 0.5 มิลลิกรัม (28% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- แมกนีเซียม: 34 มิลลิกรัม (8% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- โพแทสเซียม: 291 มิลลิกรัม (6% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- ฟอสฟอรัส: 139 มิลลิกรัม (14% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- ทองแดง: 0.37 มิลลิกรัม (41% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
ประโยชน์ของพิสตาชิโอต่อสุขภาพ
1. ช่วยบำรุงหัวใจและลดคอเลสเตอรอล พิสตาชิโอเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้
2. ช่วยควบคุมน้ำหนัก แม้ว่าพิสตาชิโอจะมีแคลอรีสูง แต่ก็มีโปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันดีที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร และช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พิสตาชิโอมีดัชนีน้ำตาลต่ำ และอุดมไปด้วยไฟเบอร์และไขมันดีที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2
4. ช่วยบำรุงสายตา พิสตาชิโอเป็นหนึ่งในถั่วไม่กี่ชนิดที่มีสารลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า และลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมในวัยสูงอายุ
5. ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร ไฟเบอร์ในพิสตาชิโอช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และช่วยเสริมสร้างจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
6. ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกาย พิสตาชิโอมีโปรตีนสูง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะโปรตีนช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
7. ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม วิตามินบี6 และสารต้านอนุมูลอิสระในพิสตาชิโอช่วยบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใส ลดการอักเสบของผิวหนัง และช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ไม่ขาดหลุดร่วงง่าย
ปริมาณพิสตาชิโอที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน
แม้ว่าพิสตาชิโอจะมีประโยชน์มากมาย แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอโดยไม่เพิ่มแคลอรีมากเกินไป ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ ประมาณ 28 กรัม (49 เม็ด) หรือประมาณ 1 กำมือ ซึ่งให้สารอาหารที่จำเป็นโดยไม่ทำให้แคลอรีเกินความต้องการของร่างกาย
วิธีการเพิ่มพิสตาชิโอในอาหารประจำวัน
- รับประทานพิสตาชิโอเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ
- ใส่พิสตาชิโอลงในสลัดเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ
- เติมพิสตาชิโอลงในโยเกิร์ตหรือข้าวโอ๊ตเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ
- ใส่พิสตาชิโอลงในสมูทตี้เพื่อเพิ่มรสชาติและสารอาหาร
- ใช้พิสตาชิโอเป็นส่วนผสมในขนมหรือเบเกอรี่ เช่น คุกกี้ บราวนี่ หรือเค้ก
- นำไปบดเพื่อทำเป็นซอสหรือเนยพิสตาชิโอ
สรุป
พิสตาชิโอเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ไขมันดี โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินบี6 และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยบำรุงหัวใจ ควบคุมน้ำหนัก บำรุงสายตา ระบบย่อยอาหาร และผิวพรรณ การบริโภคพิสตาชิโอในปริมาณที่เหมาะสม เช่น 28 กรัมต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ทำให้แคลอรีเกินความต้องการ
หากคุณกำลังมองหาพิสตาชิโอคุณภาพสูงสำหรับบริโภค หรือเพื่อใช้ในธุรกิจของคุณ DCG Supply มีพิสตาชิโอคุณภาพดี พร้อมจัดส่งให้คุณ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dcgsupply.com