
ฮาเซลนัท: ถั่วเพื่อสุขภาพที่เต็มไปด้วยสารอาหาร
ฮาเซลนัท (Hazelnut) เป็นถั่วที่มีรสชาติหอมมันและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ เป็นที่นิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะในช็อกโกแลตและเบเกอรี่ นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว ฮาเซลนัทยังเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นไขมันดี โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน เช่น หัวใจ สมอง และระบบเผาผลาญ
สารอาหารสำคัญในฮาเซลนัท
ฮาเซลนัทเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยในฮาเซลนัทดิบ 28 กรัม (ประมาณ 20 เม็ด) ให้พลังงานประมาณ 176 กิโลแคลอรี และมีสารอาหารที่สำคัญ ดังนี้:
- โปรตีน: 4.2 กรัม
- ไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน): 17 กรัม
- ไฟเบอร์: 2.7 กรัม
- วิตามินอี: 4.3 มิลลิกรัม (22% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- แมกนีเซียม: 46 มิลลิกรัม (11% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- ทองแดง: 0.5 มิลลิกรัม (56% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
- แมงกานีส: 1.7 มิลลิกรัม (85% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
สารอาหารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการบำรุงร่างกายและช่วยป้องกันโรคเรื้อรังหลายชนิด
ประโยชน์ของฮาเซลนัทต่อสุขภาพ
1. ช่วยบำรุงหัวใจและลดคอเลสเตอรอล ฮาเซลนัทเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
2. ช่วยบำรุงสมองและเสริมสร้างความจำ ฮาเซลนัทอุดมไปด้วย วิตามินอี โอเมก้า-3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยบำรุงสมอง ลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ งานวิจัยพบว่าการบริโภคฮาเซลนัทเป็นประจำช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและความจำ
3. ช่วยควบคุมน้ำหนัก แม้ว่าฮาเซลนัทจะมีแคลอรีสูง แต่ไขมันดีและไฟเบอร์ที่อยู่ในถั่วชนิดนี้ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร และช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
4. ช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ไฟเบอร์และไขมันดีในฮาเซลนัทช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความไวของอินซูลิน ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
5. ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผม ฮาเซลนัทเป็นแหล่งของวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันริ้วรอย ลดการอักเสบของผิวหนัง และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ยังมีไบโอตินที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงและเงางาม
6. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ฮาเซลนัทมีแร่ธาตุสำคัญ เช่น สังกะสี และทองแดง ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย
7. ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน แมกนีเซียมและแมงกานีสในฮาเซลนัทมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ
ปริมาณฮาเซลนัทที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน
แม้ว่าฮาเซลนัทจะมีประโยชน์มากมาย แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่เพิ่มปริมาณแคลอรีมากเกินไป ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ ประมาณ 28 กรัม (20 เม็ด) หรือประมาณ 1 กำมือ ซึ่งให้สารอาหารที่จำเป็นโดยไม่ทำให้แคลอรีเกินความต้องการของร่างกาย
วิธีการเพิ่มฮาเซลนัทในอาหารประจำวัน
- รับประทานฮาเซลนัทเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ
- ใส่ฮาเซลนัทลงในสลัดเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ
- เติมฮาเซลนัทลงในโยเกิร์ตหรือข้าวโอ๊ตเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ
- ใส่ฮาเซลนัทลงในสมูทตี้เพื่อเพิ่มรสชาติและสารอาหาร
- ใช้ฮาเซลนัทเป็นส่วนผสมในขนมหรือเบเกอรี่ เช่น คุกกี้ บราวนี่ หรือเค้ก
สรุป
ฮาเซลนัทเป็นถั่วที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะ วิตามินอี ไขมันดี ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยบำรุงหัวใจ สมอง ผิวพรรณ และระบบเผาผลาญ การบริโภคฮาเซลนัทในปริมาณที่เหมาะสม เช่น 28 กรัมต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ทำให้แคลอรีเกินความต้องการ
หากคุณกำลังมองหาฮาเซลนัทคุณภาพสูงสำหรับบริโภค หรือเพื่อใช้ในธุรกิจของคุณ DCG Supply มีฮาเซลนัทคุณภาพดี พร้อมจัดส่งให้คุณ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dcgsupply.com